6 สิ่งที่ต้องเช็ค ก่อนซื้อบ้านหลังแรก

01 June 2019 | เมื่อ 16:49 PM

จะซื้อบ้านหลังแรกทั้งที ต้องเช็คความพร้อมหลาย ๆ อย่าง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา โดยเฉพาะ 6 สิ่งสำคัญเหล่านี้ ที่ต้องเช็คให้ดีก่อนซื้อบ้านหลังแรก

macro-shot-financial-mortgage-concept_53876-14719

1. เช็คกำลังผ่อนจ่าย จำเป็นอย่างมากที่ต้องเช็คความพร้อมในการผ่อนจ่ายค่าบ้าน ว่าพร้อมที่จะผ่อนชำระเป็นระยะเวลานานหลายปีหรือไม่ เพราะมักจะเกิดปัญหาผ่อนไม่ไหว ซึ่งสิ่งที่ควรเช็คก็มีทั้ง ฐานเงินเดือน ว่าสามารถผ่อนเท่าไหร่ต่อราคาบ้านกี่บาท, อายุ ทั้งอายุขัยและอายุงาน เพราะต้องผ่อนชำระเป็นเวลานาน อายุมากขึ้น การงานพัฒนาเลื่อนตำแหน่งเงินเดือนเพิ่มขึ้นหรือไม่, รายรับ รายจ่าย ในแต่ละเดือนส่งผลต่อการผ่อนค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือไม่ หรือหากมีผู้กู้ร่วมก็ควรเช็คกำลังความพร้อมอีกฝ่ายด้วย

macro-shot-increase-mortgage-rate-concept_53876-14718

2. เช็คราคาบ้าน ราคาบ้านในปัจจุบันค่อนข้างหลากหลายทั้ง ถูก-แพง ตามทำเลและรูปแบบบ้าน เช่น บ้านเดี่ยว , บ้านแฝด,ทาวน์โฮม,คอนโด ฯลฯ ควรเช็คราคาบ้านให้เหมาะสมต่อกำลังผ่อนชำระของตัวเองด้วย และอาจต้องคำนึงถึงการขายต่อในอนาคต หากเลือกทำเลดี ก็มีโอกาสที่จะราคาขึ้น และขายออกได้ง่ายในอนาคคต


flat-lay-real-estate-concept_53876-41711

3. เช็คเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สินเชื่อบ้านจะเป็นสินเชื่อระยะยาว คือมีเวลาผ่อนชำระคืนหลายปีตั้งแต่ 5 – 30 ปี โดยธนาคารหรือสถาบันการเงินจะให้กู้ได้ไม่เกิน 90 % และคิดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงแบบลอยตัว คือคิดตามความน่าเชื่อถือของผู้กู้ เช่น  MLR อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี และ  MRR อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี โดยสินเชื่อบ้านจะเป็นแบบลดต้นลดดอก คือดอกเบี้ยจะลดลงตามเงินต้นคงเหลือ ดังนั้นหากมีเงินสักก้อนก็เอามาโปะเงินต้นให้ลดลงได้ เพื่อที่ดอกเบี้ยจะได้ลดลงตาม และสามารถปิดยอดหนี้ก่อนกำหนดได้ โดยจ่ายแค่เงินต้น จะแตกต่างจากสินเชื่อรถยนต์ที่ต้องปิดยอดทั้งหมดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เพราะได้คิดคำนวณตายตัวแล้ว ดังนั้นควรเช็คอัตราเงินกู้จากหลาย ๆ ธนาคารเพื่อเปรียบเทียบว่าอันไหนตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด

house-model-with-real-estate-agent-customer-discussing-contract-buy-house-insurance-loan-real-estate-background_1418-2274

4. เช็ครีไฟแนนซ์ ( refinance ) ผ่อนไม่ไหว ดอกเบี้ยสูง รีไฟแนนซ์ถือเป็นตัวช่วยที่ดี โดยการ     รีไฟแนนซ์ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน,รถ,คอนโดฯ จะเป็นการกู้เงินใหม่ เพื่อเอามาโปะหนี้เก่า ซึ่งอาจจะทำเรื่องกับธนาคารเดิมหรือธนาคารใหม่ได้ โดยดอกเบี้ยใหม่จะลดลง ช่วยให้ลดจำนวนค่างวดผ่อนในแต่ละเดือน และยังช่วยให้มีระยะเวลาผ่อนยาวนานขึ้น ซึ่งปกติหากต้องการให้ดอกเบี้ยลด ก็จะเพิ่มเงินค่างวด แต่วิธีนี้เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่คนผ่อนบ้าน,ผ่อนรถ ใช้เป็นเทคนิคลดดอกเบี้ย โดยสิ่งที่ควรเช็คคือนโยบายกำหนดดอกเบี้ยต่ำของแต่ละธนาคาร ว่าจะคงที่กี่ปี เพราะปกติแล้วดอกเบี้ยจะต่ำแค่ 3 ปีแรกเท่านั้น จากนั้นก็ปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่ม ทำให้หลายคนรีไฟแนนซ์เรื่อย ๆ เพื่อหาดอกเบี้ยต่ำก็มี  

saving-money-house_1421-565

5. เช็คค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ใช่ว่าจะมีแต่ค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินเรื่องซื้อบ้านอย่าง ค่าจดจำนอง,ค่าโอน,ค่าประกัน ฯลฯ เท่านั้น ยังมีค่าใช้จ่ายจิปาถะต่าง ๆ ที่ควรเช็คลิสต์ไว้เช่นกัน เช่น ค่าซ่อมแซ่ม , ค่าตรวจบ้าน , ค่าตกแต่ง ฯลฯ ควรเตรียมเงินส่วนนี้ไว้สักก้อน เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ  ดังนั้นควรเก็บหอมรอมริบเล็ก ๆ น้อย ๆ สะสมให้เป็นเงินก้อนนี้ให้ได้ 

person-s-hand-putting-money-glass-jar-near-decreasing-stacked-coins_23-2147919232

6. เช็คเงินเก็บ ควรมีเงินเก็บเป็นเงินสดสักก้อน เพื่อที่จะใช้เป็นเงินดาวน์ ซึ่ง เงินดาวน์ ( Down Payment ) คือเงินสดที่จ่ายชำระล่วงหน้าไปส่วนนึง แล้วผ่อนชำระส่วนที่เหลือเป็นงวด ๆ ส่วนใหญ่ธนาคารจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของวงเงินกู้เช่น 10 % , 20 % , 30 % ยิ่งวางเงินดาวน์มากเท่าไหร่ เงินกู้น้อย ภาระในการผ่อนค่างวดก็จะน้อยลง และหากวางเงินดาวน์น้อย เงินกู้เยอะ ภาระในการผ่อนจ่ายจะหนัก ซึ่งปัจจุบันมีเกณฑ์วางเงินดาวน์ขั้นต่ำตามกฎหมาย เพื่อช่วยให้ผู้กู้เองผ่อนชำระได้สบาย ๆ ดังนั้นจำเป็นอย่างมากที่ต้องมี เงินเก็บ สักก้อนเพื่อวางเป็นเงินดาวน์  

    เงินสด , เงินดาวน์ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการซื้อบ้านแบบผ่อน เพราะมีผลต่อจำนวนเงินที่จะผ่อนในแต่ละงวด ดังนั้นใครที่เป็นมนุษย์เงินเดือน หรือมีรายได้ประจำแน่นอน ควรวางแผนเก็บออมไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ วางแผนการเงิน ให้เป็นระบบ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการผ่อนไม่ไหว

 

โพสต์ล่าสุด