วิธีขายแหวนทองครึ่งสลึง ( และน้ำหนักทองอื่น ๆ )

15 April 2020 | เมื่อ 13:00 PM

 

“ทองครึ่งสลึง” ถือเป็นน้ำหนักทองยอดนิยมที่คนไทยจะเลือกซื้อเป็นอันดับต้น ๆ ในการซื้อทองคำ เพราะมีราคาที่ไม่แพงเกินไป สามารถซื้อได้ด้วยเงินหลักพันต้น ๆ ซึ่งหลายคนเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการซื้อทองมากนัก แต่ส่วนใหญ่จะงุนงงและไม่เข้าใจในขั้นตอนการขายทองคืนซะมากกว่า 

คิดราคาทอง

วิธีซื้อทอง อาจไม่ยุ่งยากซับซ้อนอะไรนัก แค่เข้าร้านทองเลือกน้ำหนัก , เลือกลวดลาย, จ่ายค่าทองบวกค่ากำเหน็จ ก็ได้ทองมาใช้งานแล้ว แต่หากเป็นวิธีขายทอง หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้ราคารับซื้อคืนไม่เท่ากัน โดยเฉพาะทองครึ่งสลึง ที่หากต้องการขาย ต้องรู้อะไรบ้าง 

วิธีขายทองคืน  ร้านทองจะทำการชั่งน้ำหนักบนตราชั่งเพื่อเช็คว่าน้ำหนักทองที่ลูกค้าเอามาขายนั้น ครบเต็มจำนวน หรือไม่ หากน้ำหนักทองขาด ไม่ครบ ก็จะได้ราคาตามน้ำหนักทองที่เหลือ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ทองรูปพรรณ มักมีโอกาสที่น้ำหนักทองจะหายมากกว่า เพราะการใช้งานที่ใส่บ่อย ๆ  

 

โดย มาตรฐานน้ำหนักทองในประเทศไทย จะกำหนดให้ทองรูปพรรณ 1 บาท เท่ากับ 4 สลึง หนัก 15.16 กรัม ( ทองคำแท่ง หนัก 15.244 กรัม ) ส่วนน้ำหนักอื่น ๆ เทียบสัดส่วนได้ดังนี้

ทอง 2 สลึง หนัก 7.58 กรัม ( หนัก 1 ใน 2 ของทอง 1 บาท ) 

ทอง 1 สลึง หนัก 3.79 กรัม ( หนัก 1 ใน 4 ของทอง 1 บาท ) 

ทอง ½ สลึง หนัก 1.895 กรัม ( หนัก 1 ใน 8 ของทอง 1 บาท ) 

 

สมมุติ ราคาทองวันนี้ ทองรูปพรรณ ขายออก 18,900 บาท จะขายทองครึ่งสลึงได้ราคาดังนี้ 

 

ขายแหวนทอง 2 สลึง รับซื้อ ( 18,900 / 2 ) = 9,450 บาท

ขายแหวนทอง 1 สลึง รับซื้อ ( 18,900 / 4 ) = 4,725 บาท

ขายแหวนทอง ½ สลึง รับซื้อ ( 18,900 / 8 ) = 2,363 บาท

 

หากน้ำหนักไม่ครบตามเกณฑ์ ก็อาจจะได้ราคาตามน้ำหนักที่เหลือ เช่น น้ำหนักทองขาดไป 0.6 กรัม  ( 18,900 / 15.16 x 0.6 ) = 748 บาท 

จะขายได้ราคา  2,363 - 748 = 1,615 บาท 

 

นอกจากนี้ ตัวแหวนทองหรือทองรูปพรรณอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น สร้อยทอง,สร้อยข้อมือ,จี้ทอง ฯลฯ จะมีส่วนผสมของ “น้ำประสานทอง”  ที่ใช้ในการเชื่อมทองให้ติดกันรวมอยู่ด้วย ทำให้มีราคารับซื้อต่ำกว่าราคารับซื้อทองคำแท่ง เพราะตัวทองแท่งเองไม่มีส่วนไหนที่ต้องเชื่อมให้ทองติดกัน น้ำหนักที่ชั่งได้จะเป็นเนื้อทองล้วนๆ 


อ่านบทความเพิ่มเติม " 10เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อขายทองกับร้านทอง"    คลิก

 

โพสต์ล่าสุด